แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องจบลงไปในการล่าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของตัวเองในฤดูกาลนี้ไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังถูกทีมหมีมหากาฬอย่าง แอต.มาดริด บุกมาชนะคาบ้าน เอาชนะไปด้วยประตูรวม 2-1

  1. เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลังจากเจ้าตัวหายป่วยกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงทันที พร้อมกับ สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์

นักเตะที่ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในครั้งนี้ คือ ปอล ป๊อกบา และ เนมานย่า มาติช นอกจากนี้ นักเตะดาวรุ่งอย่าง แอนโธนี่ย์ อีลันก้า ก็ไม่ได้ลงเป็นตัวจริงแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่วิญญาณแมนยูได้หลุดออกจากร่างไปเป็นที่เรียบร้อย

ผีแดงมาในแผนการเล่นคือ 4-1-4-1 แม็คทอม ยืนเป็นตัวรับเพียงคนเดียว เพื่อให้ ‘เฟร็ดดินโญ่ และ ‘บรูโน่’ พร้อมที่จะทำเกมรุกได้เต็มที่ และ เจดอน ซานโช่ กับ แอนโธนี่ อีลันก้า ปีก 2 ข้าง โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นกองหน้าตัวหลักอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสาวกผีแดงจำนวนหนึ่งจะไม่ค่อยโอเคมากนักกับการวางตัวนักเตะแบบนี้ของ ราล์ฟ รังนิค บางคนถึงกับบ่นว่าไม่น่าเปลี่ยนทีมจากชุดล่าสุดที่เอาชนะ สเปอร์ส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเลย

  1. นักเตะผีแดงสามง่ามใช้เวลาไม่นานก็คุมเกมได้

ส่วนหนึ่งพวกเขาก็ยังต่อบอลกันได้ดี และขยับในการหาช่องว่าง สับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งกันได้ดีทำให้เกมมียังมีความลื่นไหล

ในศึกนี้ผู้มาเยือนตั้งใจมาเล่นเกมรับตามสไตล์ของพวกเขาเพื่อรอโต้กลับ พวกเขาจึงปล่อยให้เจ้าบ้านครองบอลบุก แล้วคอยหาจังหวะที่จะสวนกลับฉับพลันตามสูตรสำเร็จที่วางแผนมา และเป็นเอกลักษณ์ของ แอต.มาดริดอยู่แล้ว

ในช่วงเวลา30นาทีแรก ปีศาจแดง เหนือกว่าอย่างชัดเจนด้วยการคุมเกมในแดนกลางได้ และครองบอลไล่บุกได้มากกว่า แถมทีมตราหมีไม่มีโอกาสที่จะสวนกลับเลย แต่ปัญหาคือจังหวะบอลสุดท้ายที่ยังไม่ค่อยแน่นอนสักเท่าไหร่ สิ่งที่แฟนบอลทางบ้านรู้สึกคือผีแดงครองบอลบุกมากกว่าก็จริง แต่มันยังไม่ได้เป็นการบุกที่จะสร้างความกดดันให้ทีมเยือนและไม่นานก็มาเสียประตูง่ายๆ ซะอย่างนั้น

  1. จังหวะที่เสียประตูให้ทีมเยือน

แอนโธนี่ อีลันก้า เหมือนถูกเกี่ยวจนล้มลงไปและเสียการครองบอลไป ผู้เล่นผีแดงคิดว่าตัวเองควรจะได้ฟาวล์เลยแสดงอาการโวยวายใส่ผู้ตัดสินกันใหญ่ จากการกระทำดังกล่าวมันทำให้ตัวเองเสียสมาธิไป เท่านั้นไม่พอ ก่อน แอต.มาดริด เข้าทำจนได้ประตู เฟร็ด ก็ถูกขวางจนหกคะเมนอีก

แฟนบอลได้ย้อนกลับไปดูภาพช้าเหตุการณ์นี้หลายรอบ เรียนตามตรงว่าผู้ตัดสินสามารถเป่าฟาวล์ให้ผีแดงได้ แต่ในเมื่อไม่เป็นดังหวัง ผู้เล่นพันธุ์อสูรก็ควรป้องกันให้ดีสิ แต่ผีแดงกลับหละหลวมเกินไป

แบ็กซ้ายยังหลุดหายไปจากตำแหน่งอีก เซ็นเตอร์แบ็ก 2 คนก็ดูเหมือนว่าจะสับสนปนตระหนกชอบกลจนแบ็กขวาต้องหุบเข้ามาช่วยตรงกลางเลยเปิดที่ว่างในตำแหน่งของตัวเอง ยังไม่พอผู้รักษาประตูจอมเหนียวอย่าง ดาบิด เด เคอา ยังอ่านจังหวะโขกของคู่แข่งล่วงหน้าผิดด้วยการขยับไปทางซ้ายจนขาตายแล้วเปิดมุมเสาแรกของตัวเองมากเกินไปถึงขั้นรถสิบล้อเข้าไปได้ทั้งคันเลยทีเดียว

  1. ปัญหาเดิมๆ ของ ปีศาจแดง เวลาที่โดนนำก่อน คือมักจะรีบเร่งตีเสมอกันจนลนลาน

ในช่วงครึ่งแรกตอนยังเสมอกัน พวกเขายังครองบอลกันได้ดี แต่ในครึ่งหลังคุณภาพของพวกเขากลับตกลงไป เพราะความร้อนรนนี่แหละ

และก็หนีชะตากรรมไม่พ้น คือถึงตัวเองจะครองบอลบุกมากกว่า แต่มันแทบไม่ได้สร้างความกดดันให้ทีมเยือนเลย เพราะการโหมกระหน่ำมันขาดความต่อเนื่องและร้อนรนเกินไป – เกมรุกก็ไม่ค่อยมีจินตนาการ และความหลากหลายสักเท่าไหร่ ที่สำคัญคือจังหวะเข้าทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ปีศาจแดง มีโอกาสครองบอลจากทางด้านข้างเข้าไปมากกว่า แต่แล้ว 80% มันพลาดเป้า ผิดกับจังหวะเข้าทำ ของ แอต.มาดริด ที่มีความเฉียบคมเป็นอย่างมาก นี่คือความแตกต่าง

  1. ถ้าผลการแข่งขันคือดัชนีชี้วัดการตัดสินใจของผู้เป็นกุนซือว่าถูกหรือผิด

เกมนี้ ราล์ฟ รังนิค การจัดตัว และเปลี่ยนตัวผู้เล่นไม่ค่อยนำพาสักเท่าไหร่ เนมานย่า มาติช ควรได้ลงก่อน สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ เพราะสภาพร่างกายก็ไม่ถึงกับแย่ แม้จะเพิ่งลงเล่นมาเมื่อวันเสาร์ รังนิกตัดสินใจผิด!ชำแหละฟอร์มแมนยูพ่ายแอต.มาดริด ศึกชปล. บรูโน่ แฟร์นันด์ส อาจเล่นไม่เลิศเลอ แต่นักเตะที่เปิดได้และยิงได้แบบนี้ควรเก็บเอาไว้ในสนามก่อน ที่น่าโมโหคือการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาก่อน เอดินสัน คาวานี่ เพราะนับตั้งแต่นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนเหลือตัวผู้เล่นแค่ 10 คน แล้วจะไปตีเสมอได้อย่างไร